วันอาทิตย์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

Shinigami no Ballad .....Momo the girl god of dead


Shinigami no Ballad
.....Shinigami no Ballad หรือ Momo the girl god of dead เป็นเรื่องราวของโมโมะ ยมฑูตสาวผมสีขาว ที่คอยทำหน้าที่รับคนที่ตายจากโลกมนุษย์ไปยังสวรรค์ พร้อมด้วยผู้ช่วยเป็นเด็กน้อยที่ชื่อ แดเนียล
.....โมโมะ เป็นยมฑูตเพียงคนเดียวที่มาสื่อสารกับมนุษย์ให้รู้ถึงชะตาชีวิตก่อนว่าเขากำลังจะตายโดยเด็กน้อยแดเนียลจะคอยเตือนเธอเสมอไม่ให้ทำผิดกฏยมฑูตที่มาบอกกล่าว และทุกครั้งที่เป้าหมายสิ้นชีวิตลง โมโมะจะหลั่งน้ำตาเสมอเมื่อเธอมารับตัว
.....ทำไม? โมโมะถึงมาสื่อสารบอกกล่าวกับคนที่กำลังจะตาย และทำไมเธอถึงต้องหลั่งน้ำตาให้กับคนที่ตายไปแล้วเรื่องราวสุดประทับใจของโมโมะ และแดเนียล ติดตามต่อได้ใน Shinigami no Ballad

Review หนัง by เบิร์ด

วันศุกร์ที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

A Song to the Sun


A Song to the Sun

.....เรื่องราวของเด็กสาวผู้ใช้ชีวิตได้เพียงยามค่ำคืน และเด็กหนุ่มมัธยมปลาย ผู้รักการโต้คลื่นใต้แสงอาทิตย์ คน 2 คนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคาโอรุ อามาเนะ อายุ 16 ปี เธอไม่เข้าเรียนในโรงเรียนตามปกติ แต่ไปร้องเพลงที่จัตุรัสหน้าสถานีรถไฟพร้อมกีต้าร์ทุกๆคืน วิถีชีวิตของเธอแตกต่างจากคนทั่วไป เธอพักผ่อนตอนกลางวัน และตื่นตอนกลางคืน คาโอรุป่วยเป็นโรค Xeroderma pigmentosum (โรคแพ้แสง UV) เธอโดนแสงแดดไม่ได้ การร้องเพลงเป็นสิ่งเดียวที่ผลักดันชีวิตเธอ และเชื่อมต่อเธอเข้ากับโลกภายนอก
.....แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่พลิกชีวิตเธอก็เกิดขึ้นคาโอรุมักจะกลับบ้านเวลาตี 4 ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น จากหน้าต่างห้องของเธอ มองออกไปภายนอก เธอเห็นเด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง ยืนอยู่พร้อมกระดานโต้คลื่นในมือ มันกลายเป็นกิจวัตรสำหรับเธอไปแล้ว ที่จะคอยเฝ้ามองเขาและเพื่อนๆไปที่ทะเลในทุกเช้า ก่อนที่เธอจะเข้านอนและแล้วโชคชะตาก็ ทำให้คน 2 คน ที่ไม่เคยเจอะเจอกันเลยในยามที่พระอาทิตย์ทอแสงมาเจอกัน ต่างคนต่างตกหลุมรักซึ่งกันและกัน และนัดพบเจอกันเสมอในยามค่ำคืน
.....แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้โคจิซึ่งไม่ทราบอาการป่วยของคาโอรุมาก่อนได้รู้ความจริง คาโอรุเลือกที่จะละทิ้งรักแรกของเธอ และบอกกับตัวเองว่า “เพราะฉันไม่เหมือนคนปกติทั่วไป ฉันควรจะหักห้ามใจตัวเอง ไม่ให้ฝันหวานถึงชีวิตที่มีความสุข” คาโอรุละทิ้งแม้กระทั่งการร้องเพลง แต่โคจิก็ได้ให้ความกล้ากันเธออีกครั้ง โดยบอกกับเธอว่า “เรามาเจอกันเฉพาะตอนกลางคืนก็ได้นี่นา” และให้ของขวัญที่พิเศษสุดกับเธอคาโอรุเริ่มใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังท่ามกลางความเสี่ยง พร้อมกับความสิ้นหวัง แต่โคจิก็เป็นเหมือนแสงสว่างในใจเธอ ทำให้เธอต้องการจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ของโรคร้ายก็ขยายตัวอย่างเงียบๆ มันเริ่มกดระบบประสาทของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถเล่นกีต้าร์ได้อย่างที่ต้องการ

วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

Ace Wo Nerae


Ace Wo Nerae
.....จากการ์ตูนขายดีของนักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่ขายได้มากกว่า 15 ล้านชุด ในชื่อ "Ace" ดัดแปลงกลับมาอีกครั้งในรูปแบบซีรีส์ฉบับญี่ปุ่น Ace wo Narae
.....เรื่องราวของสาวหน้าใส โอกะ ฮิโรมิ นักเรียนมัธยมปลาย ผู้ชื่นชอบในการเล่นเทนนิสและชีวิตเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ มุนากาตะ จิน หรือ โค้ชจิน อดีตนักเทนนิสทีมชาติ เข้ามาเป็นโค้ชชมรมเทนนิส ได้มองเห็นพรสวรรค์ของ โอกะ ฮิโรมิ ทั้งที่ตอนนั้น ฮิโรมิ เป็นเพียงเด็กใหม่ของชมรมที่ฝีมือยังแย่มาก แต่โค้ชจินมองออกว่า ฮิโรมิมีพรสววรค์ จึงพยายามสอนและฝึกฝน ฮิโรมิ เพื่อให้ฮิโรมิก้าวสู่การแข่งระดับโลก แทนความฝันของตนเอง เนื่องจากตนเองได้รับบาดเจ็บไม่สามารถแข่งได้อีก ด้วยความมุ่งมั่นและความรักต่อเทนนิสของฮิโรมิ สานฝันของชาวญี่ปุ่นทุกคนเพื่อให้ญี่ปุ่นก้าวสู่ระดับโลก
.....ณ.โรงเรียนมัธยมปลายนิชิ โอกะ ฮิโรมิ สาวน้อยมัธยมปลายชั้นปีที่ 1 ในวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนได้สมัครเข้าชมรมเทนนิสของโรงเรียน เนื่องจากชื่นชอบ ริวซากิ โอโชฟูจิ ไรกะ มากๆ โดยฮิโรมิตอนนั้นยังเล่นเทนนิสแทบไม่เป็นเลย โดยทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อ มุนาทากะ จิน เข้ามารับตำแหน่ง โค้ชชมรมเทนนิส ซึ่งเป็นอดีตนักเทนนิสทีมชาติ ในวันแรกที่โค้ชจินเข้ามารับตำแหน่งได้ให้ผู้เล่นทุกคนในชมรมมาลองรับลูกเซอฟร์ของตนทีละคน โดยในชมรมนั้นมีเพียง ริวซากิ ไรกะ เพียงคนเดียวที่สามารถตีถูกลูกของจินได้ โดยฮิโรมินั้นแม้จะตีไม่ถูกเลยแต่ก็มีความมุ่งมั่นพยายามทีจะตีให้ได้มากกว่าใคร
.....ในวันต่อมา โค้ชจินได้ประกาศชื่อผู้เล่นที่จะได้ไปแข่งชิงแชมป์จังหวัด โดยฮิโรมิได้รับเลือกเป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่โอโตว่า เคียวโกะซึ่งเป็นกัปตันชมรมกลับไม่ได้รับเลือก ทำให้ไม่พอใจอย่างมาก ทำให้ ฮิโรมิ โดนเพื่อนๆในชมรมลุมกลั่นแกล้ง โดยโค้ชจินได้แยก 5 คนที่ได้รับเลือกให้ฝึกแยก และให้ฮิโรมิมาฝึกซ้อมส่วนตัวกับตนเองหลังเลิกเรียน แม้ในตอนแรกฮิโรมิจะฝีมือแย่มากๆ แต่โค้ชจินมองเห็นพรสวรรค์ของฮิโรมิ ได้พยายามสั่งสอนฮิโรมิอย่างดี ก่อนถึงวันแข่ง โอโตว่า เคียวโกะ กัปตันได้ขอโค้ชแข่งกับ ฮิโรมิ เนื่องจากไม่พอใจว่าทำไมไม่ให้ตนลงแข่ง ในการแข่งตอนแรกฮิโรมิไม่สามารถตีโต้ได้เลย แต่แล้วในช่วงหลังกลับสามารถพลิกกลับมาชนะได้
.....ต่อมาทางชมรมเทนนิสได้ให้นักกีฬาทั้งหญิงและชายทุกคนไปเข้าค่ายเก็บตัว ในการเข้าค่ายฮิโรมิได้ฝึกอย่างหนักกับโค้ชจิน โดยในการเข้าค่ายโค้ชจินเห็นฮิโรมิฟอร์มไม่คงเส้นคงวา และบางทีก็เหม่อเลยจึงไม่พอใจอย่างมาก จนได้รู้ว่าเป็นเพราะฮิโรมิได้ชอบกันกับโทโด ทาคายูกิ ที่อยู่ชมรมเทนนิสชาย จึงเรียกตัวฮิโรมิไปพบแล้วได้บอกเตือนฮิโรมิว่า ถ้าอยากจะเป็นนักเทนนิสที่ดีที่สุดต้องเลือกอย่างดอย่างหนึ่งระหว่างเทนนิสกับความรัก ไม่สามารถเลือกพร้อมกันทั้ง 2 อย่างได้ ทำให้ฮิโรมิลำบากใจมาก และโค้ชจินได้ไปบอกกับ โทโด ทาคายูกิว่าถ้ารักฮิโตมิจริงอย่าได้แสดงความรักต่อฮิโตมิ เพราะนั้นจะทำฮิโตมิหวั่นไหวไม่มีสามารถเล่นเทนนิสได้เต็มที่
.....หลังจากวันนั้น ทาคายูกิ ก็พยายามหักห้ามใจไม่แสดงความรักและชอบต่อฮิโตมิ และฮิโตมิก็ได้ฝึกฝนต่อกับโค้ชจินได้ดีขึ้น เมื่อกลับจากค่ายเก็บตัวฮิโรมิก็ได้เข้าแข่งขันในการแข่งชิงแชมป์จังหวัด ในการแข่งเดี่ยว ฮิโรมิพ่ายแพ้ตกรอบไป แต่ในการแข่งคู่กับ ริวซากิ ไรกะ สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ เมื่อกลับมาโรงเรียนทาง โอโตว่า เคียวโกะ ทำใจไม่ได้ที่ตนไม่ได้ไปแข่งจึงยื่นใบลาออกจากชมรม ทำให้ ฮิโรมิยิ่งถูกเพื่อนๆในชมรมต่อว่าๆที่กัปตันลาออกเป็นเพราะตน วันต่อมาโค้ชจินได้เรียก โอกะ ฮิโรมิ , โทโด ทาคายูกิ , เรกะ เรียวซากิ , รันโกะ มิโดริคาว่า และ ยู โอซากิ มาพบโดยได้ประกาศว่าจะให้ทั้ง 5 คนเข้าแข่งขันคัดเลือกตัวแทนระดับเยาวชนของประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปแข่งเยาวชนโลกที่อเมริกา ในการแข่งรอบแรกโดยได้แยก หญิง-ชาย โดยได้แบ่งเป็นกลุ่มๆละ 4 คน โดย 2 คนที่ดีที่สุดจะได้เข้ารอบต่อไป
.....ในการแข่งนัดแรก โอกะสามารถชนะอย่าสบายๆ และได้รู้จักกับ โฮริกิ ไซโกะเพื่อนร่วมกลุ่มและวันต่อมา โฮริกิได้ไปที่บ้านของ ฮิโรมิ และได้ชวนฮิโรมิไปเที่ยวด้วยกัน โดยในวันนั้นฮิโรมิต้องแปลกใจมากเนื่องจาก โฮริกิมีแฟนที่คบกันอยู่ แต่โคช้จินได้สอนฮิโรมิว่าห้ามมีความรัก และโฮริกิได้บอกกับฮิโรมิว่า เทนนิสก็ส่วนเทนนิส รักก็ส่วนรัก ทำให้ฮิโรมิหวั่นไหวมาก และเมื่อแข่งนัดที่ 2 กับโฮริกินั้นฮิโรมิก็แพ้อย่างขาดลอยเนื่องจากจิตใจไม่สงบ ต่อมาคณะกรรมการได้ประกาศเปลี่ยนแปลงการแข่งขันใหม่ โดยจะยกเลิกที่แข่งไปแล้วทั้งมดโดยเปลี่ยนเป็นกลุ่มละ 5 คน โดยให้ผ่านเข้ารอบได้เพียงที่ 1 ของกลุ่มเท่านั้น คืนก่อนวันแข่งใหม่นี้ฮิโรมิได้บังเอิญเจกับ โฮริกิที่สวนสาธารณะและได้เห็นแฟนของโฮริกิบอกเลิกกับโฮริกิซึ่งในตอนนั้นโฮริกิเสียใจมาก เช้าวันต่อมาในการแข่งนัดแรกฮิโรมิจะได้เจอกันกับ โฮริกิอีกครั้ง โดยในนัดนี้ฮิโรมิสามารถชนะได้อย่างขาดลอย ส่วนโฮริกิที่ถูกแฟนบอกเลิกนั้น เล่นได้แย่มาก ทำให้ฮิโรมิคิดได้ว่ารู้แล้วทำไมโค้ชจินจึงบอกให้ตัดสินใจเลือระหว่างเทนนิสกับความรัก และฮฺโรมิสามารถชนะได้อย่างต่อเนื่อง จนในท่สุดในสุดท้ายของรอบแรกเป็นการเจอกันของ โอกะ ฮิโรมิ กับ มิโดริซาว่า รันโกะที่ต่างชนะรวดมาด้วยกัน จึงเป็นเป็นการชิงกันเพื่อจะเข้ารอบ แต่ฮิโรมิก็พ่ายแพ้ต่อ รักโกะไปอย่างสูสี จึงต้องตกรอบไป
.....ในนัดนี้เองคณะกรรมการได้เห็นการเล่นที่ยอดเยี่ยมของฮิโรมิจึงให้สิทธิพิเศษในการผ่านเข้ารอบไปด้วย ในการแข่งรอบสุดท้ายนี้จะเหลือชาย 8 คน หญิง 8 คน โดยจะให้แข่งแบบแพ้ตกรอบจนเหลือ ชาย-หญิงอย่างละคน ได้ไปแข่งเยาวชนโลกที่อเมริกา โดยทั้ง โอกะ ฮิโรมิ , ริวซากิ ไรกะ และ มิโดริซาว่า รันโกะ สามารถชนะผ่านไปรอบ 4 คน(รอบรองชนะเลิศ)ได้และในการแข่งรอบรองชนะเลิศนี้เอง ริวซากิ ไรกะ พบกับ มิโดริซาว่า รันโกะ แต่เมื่อการแข่งจะเริ่มขึ้น รันโกะได้ขอถอนตัวเนื่องจากมีโทรศัพท์มาว่าพ่อของเธอเข้าโรงพยาบาล ทำให้ ริวซากิ ไรกะ ผ่านเข้ารอบไปรอชิงชนะเลิศทันที และฮิโรมิก็สามารผ่านรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จเช่นกัน ทำให้ในรอบชิง ฮิโรมิต้องเจอกับ ริวซากิ ไรกะที่ตนชื่นชอบ
.....ก่อนวันแข่งขันโค้ชจินถูกนำตัวโรงพยาบาลเนื่องจากป่วยหนัก และในรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสี และในที่สุดฮิโรมิสามารถชนะ ริวซากิได้สำเร็จได้เป็นตัวแทนไปแข่งเยาวชนโลกที่อเมริกา ส่วนตัวแทนชายเป็น โทโด ทาคายูกิ ที่สามารถเฉือนชนะ ยู โอซากิได้อย่างหวุดหวิด ก่อนวันออกเดินทางไปอเมริกา โค้ชจินได้โทรศัพท์ไปเรียก โทโด ทาคายูกิมาพบที่โรงพยาบาลและได้ฝากให้ดูแลฮิโตมิด้วย เนื่องจากตนกำลังจะตาย แต่ขอให้ปิดเป็นความลับอย่าบอกฮิโรมิ และในวันรุ่งขึ้นขณะที่ฮิโรมิได้ขึ้นเครื่องไปอเมริกา โค้ชจินก็ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ระหว่างกำลังเขียนไดอารี่ และเมื่อกลับมาจากอเมริกาฮิโรมิก็ได้ไดอารี่นั้นและยังสานฝันของโค้ชจินต่อโดยในปี 2008 ฮิโรมิก็ทำสำเร็จได้ไปแข่งอาชีพระดับนานานชาติ...

สงครามชีวิตโอชิน


สงครามชีวิตโอชิน

.....4 เมษายน1983 ละครโทรทัศน์เรื่อง Oshin ของสถานีโทรทัศน์ของ NHK ได้ออกอากาศวันแรก และจบลงโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 1984 จำนวนทั้งสิ้น 297 ตอน ความยาวตอนละ 15 นาที (รวมแล้วน่าจะประมาณ 75 ชั่วโมง) ช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีดังกล่าว กลายเป็นการสร้างประวัติศาสตร์-ปรากฎการณ์ครั้งสำคัญในวงการโทรทัศน์ Oshin ประสบความสำเร็จท่วมท้น ยอดจำนวนคนดูสูงลิ่วเป็นสามเท่าตัวของรายการปกติที่ได้รับความนิยม (เฉลี่ยโดยรวมตกราว ๆ 52.6% ของผู้ชมทั้งหมด และเฉพาะเพียงแค่ตอนเดียวที่ฮิตสุด เรตติ้งพุ่งทะยานถึง 62.9 %) ความสำเร็จของ Oshin ยังคงเป็นสถิติสูงสุดของละครโทรทัศน์ในญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

.....นับจนถึงปัจจุบัน Oshin ออกอากาศไปแล้ว 59 ประเทศ รวมทั้งไทย ซึ่งมีเรตติ้งความนิยมสูงเป็นอันดับสองในบรรดาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่นำละครชุดนี้ไปเผยแพร่ ส่วนอันดับหนึ่งคือ อิหร่าน และอันดับสามคือ อิรัก หากจะกล่าวว่า Oshin เป็นที่ชื่นชอบประทับใจสูงสุดในประเทศแถบตะวันออกกลาง ก็ไม่ผิดจากความจริงนัก ยิ่งไปกว่านั้นตัวเอกของเรื่องคือ โอชิน ได้กลายเป็นวีรสตรีประจำใจของผู้หญิงอิสลามจำนวนไม่น้อย รวมทั้งเป็นตัวละครที่ผู้ชมทุกเพศทุกวัยจากทั่วโลกพากันหลงรัก ความโด่งดังของละครโทรทัศน์ชุดนี้ ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกกันว่า The Oshin Effects เช่น ที่เมืองยามางาตะบ้านเกิดของโอชินตามท้องเรื่อง (เมืองเดียวกับที่ปรากฎเป็นฉากหลังในหนัง Swing Girls) “ข้าวปั้นโอชิน” และ “เหล้าสาเกโอชิน” กลายเป็นของที่ระลึกอันมีชื่อเสียงโด่งดัง, บริเวณท่าจอดเรือริมฝั่งแม่น้ำโมงามิ (บ้านเกิดของโอชินอยู่ตอนต้นแม่น้ำสายนี้) ซึ่งเคยมีชื่อเรียกกันว่า Basho Line ได้รับการขนานนามใหม่เป็น Oshin Line, เรื่องราวของโอชินได้รับการนำไปเผยแพร่ต่อยอดในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งหนังการ์ตูน หนังสือการ์ตูน ละครเวที รวมทั้งในบทเพลง, นักการเมืองหลายคน พูดถึงแนวความคิดทางเศรษฐกิจโดยอิงกับ “ปรัชญาวิธีคิดแบบโอชิน” รวมทั้ง “มาตรการประหยัดแบบโอชิน” (ซึ่งมีหลักการและรายละเอียดใกล้เคียงกับเศรษฐกิจแบบพอเพียง), นักกีฬาซูโม่ชื่อดังทากาโนซาโตะ ได้รับอิทธิพลแรงบันดาลใจถึงขั้นเปลี่ยนชื่อตนเองเสียใหม่เป็นโอชิน โยโกซุนา ฯลฯ

.....Oshin เป็นผลงานการเขียนเรื่องและบทละครโทรทัศน์ของฮาชิดะ ซุงาโกะ (ชื่อจริงอิวาซากิ ซุงาโกะ) ว่ากันว่า เธอสร้างตัวละครโอชินขึ้นมาโดยอิงจากประวัติชีวิตมารดาของคาซุโอะ วาดะ (นักธุรกิจผู้มีชื่อเสียง เจ้าของกิจการค้าปลีกและซูเปอร์มาเก็ต ที่มีสาขาแพร่หลายในญี่ปุ่นและเอเซีย ในนามของ “กลุ่มเยาฮัน”) และอีกส่วนหนึ่ง (ซึ่งยึดถือเป็นหลักในการลำดับเค้าโครงเรื่อง) มาจากการรวบรวมจดหมายนิรนามของผู้หญิงจำนวนมากในยุคเมอิจิ ซึ่งเขียนบอกเล่าถึงเรื่องราวในอดีตอันทุกข์รันทดที่ยากจะบรรยาย ก่อนจบชีวิตตนเอง

Hanayome to papa


Hanayome to papa

.....จุนโนะ1ในสมาชิก Kut tun กับบทพระเอกเต็มตัวครั้งแรก ประกบคู่กับนางเอกสุดน่ารัก^ ^ซาโตมิในซีรีย์กุ๊กกิ๊ก Hanayome to Papa เล่าถึง ไอโกะ(ซาโตมิ)สาวออฟิตวัย20ขวบที่มีปะป๋าคอยดูแลอย่างใกล้ชิดขนาดตั้งกฎต่างๆในบ้านยังกะไอโกะเป็นเด็กประถม ก็คิดเอาเองแล้วกันว่าอายุก็ปาเข้าไป20ขวบแล้วแฟนก็ไม่เคยมี โทรศัพท์มือถือก็ไม่มี ชุดก็มีแต่เชยๆแถมต้องกลับบ้านก่อน1ทุ่มทุกวันเพื่อมากินข้าวกับปะป๋าอีกด้วย

.....จนกระทั่งไอโกะเริ่มทำงานอย่างจริงจังในวงการแฟชั่น ไอโกะก็ได้พบกับมิอุระคุง(จุนโนะ)หนุ่มหล่ออารมณ์ดีแถมจริงใจอีกตะหากเป็นที่ป๊อปปูล่ามากๆ แต่มิอุระก็คอยตามติดไอโกะอยู่ตลอดโดยที่ตัวเค้าเองก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทางด้านไอโกะเองก็มีปัญหากับที่ทำงานทีไรปะป๋าก็มาเคลียร์ทู๊กที.....จนไอโกะต้องยื่นคำขาดว่าเมื่อไหร่ป๋าจะเลิกยุ่งเรื่องงานกับหนู ป๋าจึงบอกไปว่าก็จนกว่าหนูจะแต่งงานน่ะแหละ

.....ไอโกะจึงตัดสินใจซ้อนแผนสร้างเรื่องแต่งงานหลอกๆขึ้นมา แต่มิอุระกลับรักไอโกะและอยากแต่งงานกันจริงๆ!

วันพุธที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

Kingdom Hospital


Kingdom Hospital
.....คิงดอมเป็นโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้คนที่แสนจะแปลกประหลาดไม่ว่าจะเป็นศัลยแพทย์ฝีมือระดับอ๋องที่ใช้ชีวิตอยู่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ตาเกือบจะบอด และพยาบาลสาวที่เป็นลมทุกครั้งที่เห็นเลือด
.....แต่เมื่อบรรดาผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงผู้หนึ่งการค้นหาความลับของโรงพยาบาลแห่งนี้ก็เริ่มขึ้นที่มาของโรงพยาบาลแห่งนี้ สัตว์ประหลาดเล็บยาวขนสีน้ำตาลเสียงร้องของเด็กหญิง และใครคือปีศาจ ร่วมกันค้นหาปริศนาจากซีรี่ส์ระดับมาสเตอร์พีซของ สตีเฟ่น คิงที่จะทำให้ท่าน หายใจไม่ทั่วใจ อึดอัด กดดัน และลุ้นไปทุกขณะ

House M.D.


House M.D.
.....Medical Drama ที่แรงติดลมบนทางช่อง Fox กำลังจะฉาย season 4 ใน เดือนกันยายนนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทีมแพทย์ประจำแผนกวินิจฉัย(Department of Diagnostic Medicine) ที่แสนจะเก่งกาจของ โรงเรียนแพทย์ Princeton-Plainsboro ซึ่งในแต่ละ episodeพวกเขาจะต้องรับมือกับเคสยาก ๆ ที่แผนกอื่น ๆ ส่งมาให้เนื่องจากไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าคนไข้เป็นอะไร รวมถึงการออกคลินิคของ ดร. เฮาส์ที่จะเจอคนไข้นอก ที่แสนจะหลากหลายทั้งคนไข้ที่ตัวส้มเนื่องจากเมียมีชู้หรือ คุณยายที่โดนเชื้อซิฟิลิสกินสมองทำให้มาหลงรักดร.เฮาส์